Posted by: kookkhu | January 7, 2010

ภัยของเทคโนโลยี 3G กับวัฒนธรรมไทย

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจเทคโนโลลยี 3G กันเสียก่อน เนื่องจากการเพิ่มความคล่องตัวในการเปิดให้บริการของเจ้าของผู้ให้บริการ Non-Voice อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมทั้งยังคงรักษาคุณภาพในการให้บริการ Voice ด้วยระดับคุณภาพที่ทัดเทียมหรือดีกว่าในยุค 2G องค์กรสากล 3GPP (Third Generation Program Partnership) และ 3GPP2 จึงได้กำหนดมาตรฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G ขึ้น โดยมีมาตรฐานสำคัญอยู่ 2 ประเภท คือ
• มาตรฐาน UMTS (Universal Mobile Telecommunications Services) เป็นมาตรฐานที่ออกแบบมาสำหรับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้นำไปพัฒนาจากยุค 2G/2.5G/2.75G ไปสู่มาตรฐานยุค 3G อย่างเต็มตัว รับผิดชอบการพัฒนามาตรฐานโดยองค์กร 3GPP มีเทคโนโลยีหลักที่ปัจจุบันมีการยอมรับใช้งานทั่วโลกคือมาตรฐาน Wideband Code Division Multiple Access (W-CDMA) โดยในอนาคตจะมีการพัฒนาต่อเนื่องไปสู่มาตรฐาน HSDPA (High Speed Downlink Packet Access) ซึ่งรองรับการสื่อสารด้วยอัตราเร็วสูงถึง 14 เมกะบิตต่อวินาที หรือเร็วกว่าการสื่อสารแบบ 2.75G ถึง 36 เท่า มาตรฐาน W-CDMA นี้เองที่กิจการร่วมค้า ไทย – โมบาย กำลังจะดำเนินการพัฒนาเพื่อเปิดให้บริการภายในต้นปี พ.ศ. 2548 นอกจากจะเป็นเส้นทางในการพัฒนาสู่มาตรฐาน 3G ของบรรดาผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ GSM แล้ว มาตรฐาน W-CDMA ยังได้รับการยอมรับจากผู้ให้บริการรายใหญ่อย่างบริษัท NTT DoCoMo ผู้เปิดให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ I-mode ซึ่งใช้เทคโนโลยี PDC ให้เป็นมาตรฐาน 3G สำหรับใช้งานภายใต้เครื่องหมายการค่า “FOMA” โดยได้เปิดให้บริการในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2544 เป็นต้นมา และปัจจุบัน W-CDMA ได้กลายเป็นเครือข่าย 3G ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น
• มาตรฐาน cdma2000 เป็นการพัฒนาเครือข่าย CDMA ให้รองรับการสื่อสารในยุค 3G รับผิดชอบการพัฒนามาตรฐานโดยองค์กร 3GPP2 มีเทคโนโลยีหลักคือ cdma2000-3xRTT ที่มีศักยภาพเทียบเท่ากับมาตรฐาน W-CDMA ของค่ายยุโรป แต่ปัจจุบันยังไม่มีกำหนดความพร้อมสำหรับให้บริการเชิงพาณิชย์ที่ชัดเจน สำหรับในประเทศไทย บริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย จำกัด เปิดให้บริการเฉพาะเครือข่าย cdma20001xEV-DO ซึ่งยังมีขีดความสามารถเทียบเท่าเครือข่าย 2.75G เท่านั้น
มาตรฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ W-CDMA ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้รองรับการสื่อสารแบบมัลติมีเดียสมบูรณ์แบบ โดยเปลี่ยนแปลงรูปแบบการสื่อสารชนิด TDMA ที่ปรากฏอยู่ในเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุค 2G/2.5G/2.75G ไปเป็นการสื่อสารแบบแพ็กเกตสวิทชิ่งเต็มรูปแบบ สามารถรองรับทั้งการสื่อสารทั้ง Voice และ Non-Voice โดยมีมาตรฐานการรองรับและควบคุมคุณภาพของข้อมูลที่สมบูรณ์แบบ อันเป็นผลต่อเนื่องมาจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการเข้ารหัสข้อมูล (Information Coding) จึงทำให้ผู้ให้บริการเครือข่าย 3G ก้าวพ้นจากข้อจำกัดในการบริหารจัดการข้อมูลประเภท Voice และ Non-Voice ดังที่ปรากฏอยู่ในมาตรฐาน 2G/2.5G/2.75G ได้อย่างเด็ดขาด
อย่างไรก็ตามเพื่อให้เครือข่าย W-CDMA สามารถรองรับการสื่อสารข้อมูลได้อย่างเต็มรูปแบบ และให้เกิดความคล่องตัวในการจัดสรรทรัพยากรความถี่วิทยุ จึงจำเป็นต้องมีการกำหนดย่านความถี่สำหรับใช้เปิดให้บริการ โดยเป็นไปตามแผนผังการจัดวางความถี่สากลทั่วโลกดังแสดงในรูปที่ 5 ด้วยเหตุดังกล่าวจึงทำให้ กิจการร่วมค้าไทย – โมบาย เป็นเพียงผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายเดียวในประเทศไทยที่สามารถเปิดให้บริการเครือข่าย 3G แบบ W-CDMA ได้ในทันที เนื่องจากมีสิทธิ์ใช้คลื่นความถี่วิทยุในย่าน 1965 – 1980 เมกะเฮิตรซ์ และ 2155 – 2170 เมกะเฮิตรซ์ ขณะที่ผู้ให้บริการเครือข่ายรายอื่น ๆ จำเป็นต้องยื่นคำร้องผ่านกระบวนการจัดสรรคลื่นความถี่วิทยุโดยคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.) ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกหลายปีเพื่อได้สิทธิ์ในการเปิดให้บริการ W-CDMA เป็นรายต่อไป
และตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปอีกประมาณ 6 เดือนข้างหน้าเมืองกำลังจะได้ใช้ระบบการสื่อสารในรูปแบบ 3G เป็นทางการหากใครหรือผู้ใดที่ใช้ระบบ 3G แล้วหากโลกในแง่ทางที่ดีก็จะเกิดผลประโยชน์ตอบสนองความต้องที่ดีและธุรกิจคล่องตัวไปในทิศทางที่ดี ซึ่งใช้เทคโนโลยี TDMA เป็นการรับส่งข้อมูลในรูปแบบแพ็กเกตเพื่อความคล่องตัวในการจัดสรรทรัพยากรความถี่สำหรับให้บริการทั้งแบบ Voice และ Non-Voice อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด ความรวดเร็วในการสื่อสารข้อมูล และยังคงรักษาคุณภาพของการสนทนาที่เหนือกว่ามาตรฐานที่มีอยู่ ตลอดจนเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายข้อมูลที่อยู่ในโลกอินเทอร์เน็ตอย่างลงตัว
และเมื่อความสะดวกสบายแล้ว ความคล่องตัวแล้วก็มิใช่เกิดประโยชน์ที่ถูกต้องเสมอไป ผู้ใช้เด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ ผูให้บริการ กฎหมายและวัฒนธรรม อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อมีเทคโนโลยีที่เหนือความคาดหมายอย่าง 3G ที่กำลังจะเข้ามาคลุมสัญญานในประเทศไทย
อุปสรรคที่ควรระวังของใช้เทคโนโลยี 3G
• ทางด้านวัฒนธรม
ที่ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อแสวงหาความต้องการ ที่ไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมืองและวัฒนธรรม ใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง เช่น กลุ่ม นักเรียน นักศึกษา อาจจะเป็นการแพร่คลิปสื่อลามก หรือกลุ่มพวกขายตัว โสเภณี อาจจะมีการให้ชมภาพ Video ก่อนเพื่อเป็นตัวอย่างหรือการนัดหมาย อนึ่งที่อาจเป็นสาเหตุที่อาจแพร่ทางอินเตอร์เน็ต เป็นต้น
• ทางด้านคมนาคม
การใช้ยานพาหนะและการจราจรในการใช้โทรศัพท์เป็นสิ่งที่จำเป็นตลอดทุกที่ทุกเวลา เป็นเรื่องปกติของมนุษย์เราเมื่อมีสิ่งที่กระตุ้นความต้องการ เช่นการมอง ในที่นี้การใช้โทรศัพท์ที่มี Video Call and Talk ที่มีทั้งเสียงและภาพ อันตรายเป็นอย่างยิ่ง ควรที่จะศึกษาการใช่งาน คู่มือให้ละเอียด (User Manual)
ดังนั้นสาเหตุหลักที่ควรระวังของการใช้เทคโนโลยี 3G ที่จะเข้ามาอีกไม่นานก็คงคิดว่ามีทั้งข้อดีและข้อเสียอย่างแน่นอน ซึ่งการใช้งานที่อาจแตกต่างกันไปตามระดับชั้น ผลประโยชน์ที่ควรได้รับก็อาจแตกต่างไปเช่นกัน การใช้งานอย่างถูกวิธีและหลีกเลี่ยงการใช้งานที่ไม่เหมาะสมก็จะเกิดผลประโยชน์ที่ดีตาม ดังนั้นสองแง่คิดที่ให้มาอาจเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย และอีกไม่นานคิดว่าต้องมีข่าวอย่างแน่นอน หรือการแพร่กระจาย คลิปวิดีโอ ดังกล่าว เช่นเดียวกับ cam frog บน internet
และอยากฝากข่าวให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบเพื่อจะได้แก่ปัญหากับตรงนี้ก่อนที่มันจะไม่สามารถควบุมสิ่งนั้นได้ อาจจะเป็นกฎหมาย หรือผู้ที่ให้บริการเทคโนโลยี 3G
ข้อมูลโดย AISM CH.BIN.USOH
ข้อมูลจาก:www.mrpalm.com


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Categories

%d bloggers like this: