Posted by: kookkhu | May 22, 2009

ซุ้มประตูเมืองโคราช

เรื่องราวความเป็นมาของ ซุ้มประตูเมือง แบบประยุกต์
เมื่อปี พ.ศ. 2530 นายสมบูรณ์ ไทยวัชรามาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา
ได้พิจารณาเห็นว่าเป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช จะทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา
ในวันที่ 5 ธันวาคม 2530และรัฐบาลได้กำหนดให้เป็นปีเฉลิมพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
และเป็นปีท่องเที่ยวไทย สมควรจะได้ดำเนินการก่อสร้างถาวรวัตถุให้เป็นกิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติ
และถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงได้จัดทำโครงการก่อสร้างกำแพง
และซุ้มประตูเมืองนครราชสีมาอีก3ประตู ซึ่งหักพังและถูกรื้อสูญไปแล้ว ให้มีครบทั้ง4ประตูตามที่เคยมีมาแต่โบราณ
วัตถุประสงค์
1. เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสที่จะทรงมี
พระชนมายุ 60 พรรษา (5 รอบ) ในปี 2530
2. เพื่ออนุรักษ์โบราณสถานซึ่งเคยมีมาแต่ก่อน
3. เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาโบราณสถาน และประวัติศาสตร์เมืองนครราชสีมา ในอดีตและปัจจุบันต่อเนื่องกัน
4. เพื่อสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อย และสวยงามให้เกิดขึ้นแก่บ้านเมือง
5. เพื่อสนับสนุนปีท่องเที่ยวไทย ตามที่รัฐบาลได้กำหนดให้ปี 2530 เป็นปีท่องเที่ยวไทย จะได้มีแหล่งท่องเที่ยว
ให้ชาวไทย และชาวต่างประเทศมีโอกาสได้ท่องเที่ยว
ขั้นตอนในการก่อสร้าง
ขั้นตอนที่ 1 การคัดเลือกสถานที่ก่อสร้าง ได้แต่ตั้งคณะกรรมการฝ่ายคัดเลือกสถานที่ขึ้น ประกอบด้วย
นายเด็ดดวง สุคนธรัตน์ นายกเทศมนตรีเมืองนครราชสีมา เป็นประธาน นายสถิตย์ ภักดิ์ศรีแพง หัวหน้า
ฝ่ายบริหาร สำนักงานจังหวัดนครราชสีมา เป็นกรรมการและเลขานุการ มีหน้าที่ศึกษาค้นคว้าประวัติ และตำนาน
ของเมืองนครราชสีมา และกำหนดจุดก่อสร้างให้ตรงตามประวัติ และสถานที่ตั้งเดิม และประสานขอใช้สถานที่
ก่อสร้างกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากการศึกษาของคณะกรรมการ จึงได้กำหนดจุดก่อสร้างประตูทั้งสาม ดังนี้
1. ก่อสร้างประตูพลแสน ที่บริเวณด้านในคูเมือง ด้านทิศเหนือ ตรงใกล้สี่แยกถนนพลแสนตัดกับถนนประจักษ์
(หน้าวัดสามัคคี)
2. ก่อสร้งประตูเมืองไชยณรงค์ ที่บริเวณด้านในคูเมือง ด้านทิศใต้ ตรงบริเวณใกล้ห้าแยกราชนิกูล (ใกล้ตลาดสด-
ประตูผี)
3. ก่อสร้างประตูพลล้าน ที่บริเวณด้านในคูเมืองด้านทิศตะวันออก ตรงใกล้สี่แยกถนนจอมพลตัดกับถนนพลล้าน
(ใกล้ทางเข้าทุ่งสว่าง)จังหวัดได้ขอใช้ที่ราชพัสดุทั้ง 3 แห่ง ในการก่อสร้างและได้รับอนุญาตจากกรมธนารักษ์ตามหนังสือด่วนมาก
ที่ กค 0507/3788 ลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2530 และจังหวัดได้ขอรับความเห็นชองจากกรมศิลปากร
เกี่ยวกับจุดก่อสร้างประตูเมืองทั้ง 3 แห่ง และแบบแปลน ซึ่งสำนักงานโยธาธิการจังหวัดนครราชสีมาเขียนขึ้น
(แบบแปลนที่ ยธ.นม.232) ตลอดจนขอทราบว่า แต่เดิมกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนประตูเมืองทั้ง 3 แห่ง
เป็นโบราณสถานหรือไม่ และยินยอมให้จังหวัดนครราชสีมา ก่อสร้างประตูเมืองตามแบบแปลนที่ ยธ.นม.232
ดังกล่าวหรือไม่ กรมศิลปากรแจ้งให้ทราบว่ากรมศิลปากรมิได้ขึ้นทะเบียนโบราณสถานประตูเมืองทั้งสามไว้
จึงเป็นเรื่องที่อยู่ในดุลยพินิจของจังหวัดที่จะดำเนินการ (ตามหนังสือด่วนที่สุดที่ ศธ 0704/2016ลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2530)
ขั้นตอนที่ 2 การออกแบบก่อสร้าง คณะกรรมการฝ่ายช่าง ซึ่งประกอบด้วย นายประชา จิตรภิรมย์ศรี
โยธาธิการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธาน นายสมศักดิ์ กุลนรากร นายช่างโยธา 4 เป็นกรรมการและ
เลขานุการ มีหน้าที่ออกแบบกำแพง และซุ้มประตูเมืองให้มีรูปลักษณะคล้ายของเดิมตามประวัติศาสตร์ โดยให้
ถือประตูชุมพลเป็นแบบ คณะกรรมการฝ่ายช่างได้ออกแบบตามแบบ ยธ.นม232 และประมาณการค่าก่อสร้าง
ประมาณประตูละ 1.3 ล้านบาทเศษ
ขั้นตอนที่ 3 การจัดหาทุนก่อสร้าง คณะกรรมการฝ่ายจัดหาทุนก่อสร้าง ซึ่งประกอบด้วย นายสมบูรณ์ ไทย-
วัชรามาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธาน และนายสถิตย์ ภักดิ์ศรีแพง หัวหน้าฝ่ายบริหารสำนักงาน
จังหวัดนครราชสีมา เป็นกรรมการการเลขานุการ มีหน้าที่จัดหาทุนจากผู้มีจิตศรัทธาบริจาค โดยไม่ใช้งบประมาณ
ของทางราชการ ผลการดำเนินการของคณะกรรมการฝ่ายจัดหาทุนก่อสร้าง ปรากฎว่า มีผู้บริจาคเงินก่อสร้าง ดังนี้
1. ประตูพลแสน เดิมนายเหรียญ จึงวิวัฒนาภรณ์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดคิงส์ยนต์ รับจะบริจาคแต่ผู้เดียว แต่เนื่อง
จากการก่อสร้างประตูเมืองเป็นถาวรวัตถุ เป็นประวัติศาสตร์ และเป็นเกียรติประวัติแก่วงศ์ตระกูลของผู้บริจาคเงิน
ก่อสร้าง จึงมีผู้ขอร่วมบริจาคเงินก่อสร้างขึ้นในประตูนี้รวม 9 คน คือ
1) นายสมบูรณ์ ไทยวัชรามาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา
2) นายเหรียญ จึงวิวัฒนาภรณ์
3) นายวิชัย เชิดชัย
4) นายบรรยง หล่อธาราประเสริฐ
5) นายมุข วงษ์ชวลิตกุล
6) ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ภาคอีสานพาณิชย์(ตังปัก)
7) นายประพัฒน์ อินทนากรวิวัฒน์
8) นายทศพล ตันติวงษ์
9) นายป่วยเฮียง แซ่โค้ว
2. ประตูพลล้าน นายอาคม ไตรบัญญัติกุล เจ้าของและผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัดไทยเย็น และครอบครัว รับเป็น
ผู้บริจาคค่าก่อสร้างแต่ผู้เดียว
3. ประตูไชยณรงค์ บริษัทเอกศิลป์ จำกัด และบริษัท เค.เค.พัฒนาก่อสร้าง จำกัด เป็นผู้บริจาค
ขั้นตอนที่ 4 ขั้นตอนการก่อสร้าง ได้มีการแต่งตั้งกรรมการขึ้นเป็น 3 คณะ คือ คณะกรรมการจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ จากการคัดเลือกผู้รับเหมาก่อสร้างประตูเมืองทั้ง 3 แห่งปรากฎผลดังนี้
1) ประตูพลแสน ห้างหุ้นส่วนจำกัดยงประเสริฐ โดย นายประพัฒน์ อินทนากรวิวัฒน์ เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง
2) ประตูพลล้าน ห้างหุ้นส่วนจำกัดช่างวรรณาวดี โดย นางชุลี เตชะธีระปรีดา เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง
3) ประตูไชยณรงค์ บริษัทเอกศิลป์ จำกัด เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง

ข้อมูลจาก:http://www.korattour.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=259110&Ntype=4


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Categories

%d bloggers like this: